เครื่องมือวัด (Measuring Tool) หรืออุปกรณ์การวัดประเภทต่าง ๆ คือ เครื่องมือสำหรับใช้ในการวัดเพื่อบ่งชี้บอกระยะ หรือขนาดในการกำหนดตำแหน่ง ตรวจสอบระยะ หรือขนาด เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ในการวัดระยะทาง ขนาด มุม แรงดันน้ำ อุณหภูมิ เวลาและอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ทำงานสะดวกยิ่งขึ้น วันนี้ KACHA จะพาไปรู้จักกับ เครื่องมือวัด กันให้มากขึ้นกัน จะมีกี่ประเภท? มีอะไรบ้าง? ตามไปดูกันเลย


เครื่องมือวัดพื้นฐาน ที่ควรมี มีอะไรบ้าง?

เครื่องมือวัด ในภาคอุตสาหกรรม ในขั้นตอนการผลิตจำเป็นต้องใช้เครื่องมือวัดที่มีความถูกต้อง (Accuracy) และความเที่ยงตรง (Precision) โดยเมื่อนำไปใช้งานในการวัดขนาด หรือค่าที่ต้องการ ค่าที่แสดงออกมาเป็นตัวเลขบนเครื่องมือวัดเหล่านี้ ต้องมีความเชื่อถือได้ เพื่อรักษามาตรฐานของการผลิตเอาไว้

210921-Content-เครื่องมือวัดสำหรับงานช่าง-งานอุตสาหกรรม-มีอะไรบ้าง02


เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม ถูกพัฒนามาเป็นเครื่องวัดที่มีการแสดงค่าโดยใช้สเกล และมีเข็มชี้ หรือเรียกว่าเครื่องวัดระบบอนาล็อก หรือ Analog Instrument ซึ่งใช้มาอย่างยาวนาน และได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องให้หลายรูปแบบ แสดงค่าออกมาเป็นระบบตัวเลขบนหน้าจอระบบดิจิทัล หรือที่เรียกว่า Digital Instrument นั่นเอง


เลือกซื้อเครื่องมือวัดอย่างไร? ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

สำหรับการเลือกซื้อเครื่องมือวัดโดยพื้นฐานแล้ว ต้องคำนึงถึงการใช้งานก่อน โดยให้พิจารณาว่าเครื่องมือวัดชนิดใดเหมาะกับงานของคุณบ้าง และจากนั้นให้คำนึงมาตรฐานการวัดว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้แล้ว ยังมีข้อแนะนำอีก 4 ข้อที่คุณต้องทราบก่อนทำการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องมือวัดพื้นฐาน ดังนี้

  1. เชื่อถือได้ (Reliability)

ความน่าเชื่อถือ เป็นปัจจัยหลักของการเลือกซื้อเครื่องมือวัด เนื่องจากเครื่องมือวัดจะแสดงค่าที่คนไม่สามารถคำนวณออกมาได้ด้วยตาเปล่า จึงต้องอาศัยการใช้งานเครื่องมือวัด เพื่อให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

  1. ความไวในการวัด (Sensitivity)

เครื่องมือวัดบางชนิดจำเป็นต้องให้ค่าการอ่านในทันทีทันใด เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิที่ต้องเปลี่ยนแปลงทันที เมื่ออุณหภูมิแวดล้อมเปลี่ยนแปลง หรือเครื่องมือวัดที่ทำงานโดยระบบดิจิทัล ก็ต้องมีการให้ค่าตัวเลขอย่างรวดเร็วในขณะที่ทำการวัด

  1. ความถูกต้อง (Accuracy)

แม้ว่าเครื่องมือวัดแต่ละชนิดจะให้ค่าออกมาตามการวัด แต่ตัวเลขที่ได้อาจไม่มีความถูกต้อง ซึ่งเกิดจากความคลาดเคลื่อน ทำให้ได้ตัวเลขที่ไม่แน่นอนหรือตัวเลขที่ผิดพลาดไปจากที่ต้องการ ดังนั้นเครื่องวัดที่มีมาตรฐานควรให้ค่าตัวเลขที่ตรงตามความเป็นจริง และมีความถูกต้อง

  1. ความเที่ยงตรง (Precision)

ความเที่ยงตรงของเครื่องวัดเป็นการแสดงค่าการวัดออกมา ให้ได้ค่าตามเดิมทุกครั้งที่ทำการวัดกับอุปกรณ์ หรือระบบที่ต้องการวัด


แนะนำ 5 เครื่องมือวัดพื้นฐานที่ควรมีในภาคอุตสาหกรรม

  1. ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)

ไมโครมิเตอร์ เป็นเครื่องมือวัดความละเอียดที่สามารถวัดได้ทั้งความกว้าง ยาว หรือความหนาของวัตถุที่มีขนาดเล็ก และต้องการความละเอียดสูง โดยพื้นฐานการทำงานของไมโครมิเตอร์ อาศัยหลักการเคลื่อนที่ตามเส้นรอบวงของเกลียว แล้วแสดงผลจากระยะที่เคลื่อนไปได้ออกมาเป็นตัวเลขของขนาดวัตถุที่ทำการวัด

210921-Content-เครื่องมือวัดสำหรับงานช่าง-งานอุตสาหกรรม-มีอะไรบ้าง03

ปัจจุบันนี้ไมโครมิเตอร์ มีการออกแบบให้สามารถใช้งานได้หลากหลายลักษณะ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยแบ่งตามชนิดของไมโครมิเตอร์ตามระบบการทำงานได้เป็น 2 ชนิดได้แก่ ไมโครมิเตอร์ระบบสเกล กับ ไมโครมิเตอร์ระบบดิจิทัล (Digimatic Micrometer)

  1. คาลิปเปอร์ (Caliper)

คาลิปเปอร์ เป็นเครื่องมือวัดพื้นฐาน มีการใช้งานมากที่สุดในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้สำหรับวัดขนาดทางด้านมิติ ที่ให้ความละเอียดในการวัดเป็นค่าตัวเลข ออกมาเป็นหน่วยมิลลิเมตร และนิ้ว สามารถใช้วัดได้หลากหลายลักษณะ รวมอยู่ในเครื่องมือชิ้นเดียว ทั้งขนาด ความยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง รวมถึงความลึกของวัสดุ ทำความรู้จักกับ เวอร์เนีย คาลิปเปอร์ คืออะไร? ใช้งานอย่างไร? ได้ที่นี่

210921-Content-เครื่องมือวัดสำหรับงานช่าง-งานอุตสาหกรรม-มีอะไรบ้าง04

นอกจากนี้ เวอร์เนียคาลิปเปอร์ ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวก และให้ค่าที่แม่นยำ เหมาะกับงาน เช่น งานกลึง งานประกอบชิ้นส่วน โดยในปัจจุบัน มีคาลิปเปอร์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอยู่  3 ชนิด ได้แก่ เวอร์เนียคาลิปเปอร์, ไดอัลคาลิปเปอร์ (Dial Caliper) และดิจิทัลคาลิปเปอร์ (Digimatic Caliper) 

  1. ไฮเกจ (Height Gauge)

ไฮเกจ เป็นเครื่องมือวัดขนาดความสูงสำหรับงานโมเดลหรืองานร่างแบบ (Lay-out) ก่อนทำการผลิตจริง โดยที่ผู้ทำการวัดสามารถขีดรอย เพื่อกำหนดระยะ ขนาด หรือความสูง บนผิวงานได้ด้วยเหล็กบาก สามารถใช้งานคู่กับโต๊ะระดับ หรือแท่นระดับ (Surface Plate) เพื่อให้ได้ระนาบผิวอ้างอิงในการวัด

ในปัจจุบันไฮเกจ มีลักษณะเฉพาะของโครงสร้าง และระบบการทำงาน โดยถูกแบ่งออก 3 ชนิด ได้แก่ เวอร์เนียไฮเกจ, ไดอัลไฮเกจ และดิจิทัลไฮเกจ (Digimatic Height Gage)

  1. ไดอัลเกจ (Dial Gauge)

ไดอัลเกจ หรือนาฬิกาวัด เป็นเครื่องมือวัดที่มีหน้าปัดคล้ายนาฬิกา โดยจะแสดงค่าการวัดจากการเคลื่อนที่ของเข็ม ที่ติดตั้งบนหน้าปัด เมื่อวางหัวสัมผัสของเครื่องวัดบนวัตถุ ใช้สำหรับวัดความเป็นระนาบ ความขนาน ระยะเยื้องศูนย์ เช่น วัดหาศูนย์ของวัตถุก่อนทำการกลึง, ตรวจสอบความเที่ยงศูนย์, ตรวจสอบความขนาน, ตรวจสอบขนาด และวัดความเยื้องศูนย์

210921-Content-เครื่องมือวัดสำหรับงานช่าง-งานอุตสาหกรรม-มีอะไรบ้าง06

ในปัจจุบัน ไดอัลเกจ ได้รับการจำแนกออกเป็น 2 ชนิดตามหลักการทำงาน ได้แก่ ไดอัลเกจระบบสเกลอนาล็อก และไดอัลเกจระบบดิจิทัล (Digimatic Indicator)

  1. ไดอัลเทสอินดิเคเตอร์ (Dial Test Indicator)

ไดอัลเทสอินดิเคเตอร์ นาฬิกาวัด ที่เหมาะกับงานวัดแบบเปรียบเทียบพื้นที่แคบ มีหัวสัมผัสวัด และแกนวัดเป็นลักษณะคานยื่นออกมาจากชุดนาฬิกาวัด เพื่อทำการวัด และตรวจสอบ มีค่าความละเอียด และความถูกต้องสูง

เครื่องมือวัดนี้ เหมาะกับงาน เช่น ตรวจสอบความเรียบ, ตรวจสอบความขนาน, วัดความเยื้องศูนย์ และวัดขนาด  


ในปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีทำให้ เครื่องมือวัด ต่าง ๆ ใช้งานได้ง่าย มีความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรงสูง ซึ่งนอกจากเครื่องมือวัด 5 ชนิดที่ทางเราแนะนำนี้ แต่ก็ยังมีเครื่องมือวัดพื้นฐานชนิดอื่นที่แตกต่างไปตามประเภทของอุตสาหกรรม ที่คุณสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากนี้ การเลือกใช้เครื่องมือวัดพื้นฐาน ควรคำนึงถึงมาตรฐานการรองรับของเครื่องมือวัด ที่ให้ผลลัพธ์การวัดที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้ของเครื่องมือที่เลือกใช้ เพื่อเป็นพื้นฐานของการควบคุมการผลิตให้มีคุณภาพอยู่เสมอ

>>สามารถติดตามบทความต่าง ๆ ของ KACHA ได้ตามนี้เลย<<