หลาย ๆ คนอาจจะเคยเห็นและรู้จักกับวัสดุสำเร็จรูปที่มักนิยมใช้ในงานก่อสร้างบ้านคือ สมาร์ทบอร์ด (Smart Board) ซึ่งได้ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาข้อจำกัดของวัสดุชนิดอื่น ๆ ซึ่งบางชนิดก็ไม่สามารตอบโจทย์งานออกแบบของเราได้ ดังนั้นสมาร์ทบอร์ดจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักออกแบบ สถาปนิก ผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป รวมไปถึงเจ้าของบ้านด้วย 😊

วันนี้ KACHA จะพาไปทำความารู้จัก สมาร์ทบอร์ด” ว่าคุณสมบัติและมีความโดดเด่นอะไรบ้าง?


วัสดุสมาร์ทบอร์ด คืออะไร?


วัสดุสมาร์ทบอร์ด
หรือที่เรียกกันว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ คือวัสดุสังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นโดยใช้กระบวนการทางเคมีในการผสานวัสดุมากกว่า 1 องค์ประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้วัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการนำมาใช้งานเป็นส่วนประกอบของบ้านและที่อยู่อาศัย เช่น ในส่วนของพื้น ผนังและเพดาน โดยส่วนผสมหลักคือ ปูนซีเมนต์พอร์ซเลน, เส้นใยเซลลูโลส, ซิลิกาหรือทรายละเอียด และน้ำ โดยขั้นตอนการประสานคือ การผ่านไอน้ำที่มีแรงดันความร้อนสูงจนทำให้เนื้อวัสดุผสานรวมกันเป็นชิ้นเดียว ทำให้วัสดุมีความแข็งแรงทนทานกว่าวัสดุแผ่นซีเมนต์ทั่วไป เพราะมีความเหนียวยืดหยุ่นทำให้เหมาะกับการตัดแต่งให้เข้ารูปตามต้องการ และยังทนทานต่อความร้อนและความชื้นได้เป็นอย่างดี


ความโดดเด่นของสมาร์ทบอร์ด มีอะไรบ้าง?

สิ่งที่ทำให้นักออกแบบและเจ้าของบ้านมีความสนใจสมาร์ทบอร์ดมากเป็นพิเศษ คือคุณสมบัติของวัสดุที่แตกต่างจากวัสดุทั่วไป เรียกได้ว่าดีกว่าจนสามารถนำมาใช้ทดแทนและให้คุณภาพการใช้งานที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

 

ความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงอัดแรงกดสูงทำให้ไม่แตกและหักโดยง่าย เนื่องจากเป็นวัสดุที่ผสมเส้นใยที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นเข้ากับเนื้อปูนซีเมนต์ จึงทำให้มีความยืดหยุ่นดีเยี่ยมมากกว่าเดิม
เป็นวัสดุที่ทนต่อความชื้น ทนต่อแสงแดดและสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดี ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย
หมดปัญหาของปลวก แมลงกินไม้ที่จะทำลายส่วนประกอบของบ้าน
มีความเหนียวและยืดหยุ่นดี ทำให้เป็นวัสดุที่สามารถตัดและดัดโค้งได้แบบไม่ยาก
เป็นวัสดุสำหรับการผลิตหรือสร้างบ้านที่ต้องการประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมีค่าการถ่ายเทความร้อนที่ต่ำ จึงทำให้แผ่ความร้อนออกสู่อากาศรอบ ๆ ภายในได้น้อย บ้านจึงเย็นและส่งผลให้การใช้จ่ายสำหรับพลังงานไฟฟ้าเพื่อการทำความเย็นภายในบ้านนั้นมีการลดลงตามไปด้วย


🤔 เราสามารถใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดมาทำเป็นผนังเบาทดแทนการก่อผนังด้วยอิฐได้ไหม?
เนื่องจากแผ่นสมาร์ทบอร์ดมีความแข็งแรงทนทาน และมีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ด้วย จึงถูกใช้มาทำเป็นผนังเบากันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังสามารถติดตั้งได้ง่าย สะดวกประหยัดเวลา แถมน้ำหนักยังเบากว่าอิฐถึง 6 เท่า รวมถึงการรับน้ำหนักของวัสดุแขวน ยึดต่าง ๆ ก็สามารถรับน้ำหนักได้กว่า 80 กิโลกรัมต่อจัด ขึ้นอยู่กับวิธีการยึด และวัสดุที่ใช้ในการยึดกับผนังด้วย

👍 มาตรฐานการผลิต วัสดุสมาร์ทบอร์ดปลอดภัย ไม่มีใยหิน เหนียว ทน ด้วยโครงสร้างพิเศษจากเทคโนโลยี FIRM & FLEX ซึ่งผสานโรงสร้างของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ซิลิกา และเส้นใยเซลลูโลสชนิดพิเศษ ผ่านกระบวนการอบไอน้ำที่อุณหภูมิและแรงดันสูง (Autoclave) จึงมั่นใจในคุณภาพที่ได้มาตรฐาน


ชนิดของสมาร์ทบอร์ด ที่ควรรู้?

ลักษณะของสมาร์ทบอร์ดที่มีการนิยมใช้ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายรูปแบบและขนาด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างและเหมาะกับพื้นที่หรือการนำไปใช้ที่หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดอยู่ที่ตั้งแต่ 120×240 ซม. มีความหนาที่  4, 6, 8, 10, 12, 16, 18, 20 มม./ ขนาด  60×120 ซม. มีความหนาที่ 4 และ 6 มม./ขนาด 60×240 ซม. มีความหนาที่  4 มม. และขนาด 120×120 ซม. มีความหนาที่ 4 มม.

210218-Content-สมาร์ทบอร์ด-คืออะไร-มีคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างไร-04


ชนิดของสมาร์ทบอร์ดที่นิยมในปัจจุบัน มีดังนี้

สมาร์ทบอร์ดขอบเรียบ สมาร์ทบอร์ดขอบลาด
สมาร์ทบอร์ดเซาะร่อง 4 นิ้ว สมาร์ทบอร์ดเซาะร่อง 6 นิ้ว
สมาร์ทบอร์ดระบายอากาศ สมาร์ทบอร์ดลายไม้
สมาร์ทบอร์ดบานเกล็ด


👍 ข้อดี
ของแผ่นสมาร์ทบอร์ด

  • ทนน้ำ ทนชื้น ทนแดด ทนฝน นานนับสิบปี โดยไม่เปื่อยยุ่ย
  • ปลวกไม่กิน
  • ไม่เปื่อยยุ่ย โก่ง บวม หรือยืดหดตัว
  • ทนต่อการลามไฟ
  • ลด การนำความร้อน ช่วยให้บ้านเย็นเพราะเนื้อสมาร์ทบอร์ดมีค่าการนำความร้อนต่ำกว่ากระเบื้องแผ่นเรียบถึง 2 เท่า (ตามมาตรฐาน ASTM C117) ช่วยลดความร้อนจากโถงหลังคาเข้าสู่บ้าน ช่วยให้บ้านเย็น ประหยัดค่าไฟฟ้า
  • ทนทานต่อการรับแรงกระแทก 

👎 ข้อเสียของแผ่นสมาร์ทบอร์ด

  • รับน้ำหนักได้น้อย เปราะ กรุกระเบื้องทับไม่ได้ ผิวไม่สวย ต้องทาสี หรือฉาบปิดผิว


การเลือกสมาร์ทบอร์ดในการใช้งานนั้น ควรเลือกที่เหมาะสมกับรูปแบบของพื้นที่สภาพแวดล้อมในห้องที่จะติดตั้งด้วย ไม่ควรเลือกเพียงเพราะราคาที่ถูกหรือต้องการประหยัดเงินในประเป๋าอย่างเดียว เพราะในระยะยาวหากวัสดุที่ใช้ไม่มีคุณภาพ จะเป็นเกิดปัญหาในการแก้ไข การซ่อมแซม ทำให้เสียเวลา เสียความรู้สึก ทำให้ระยะยาวอาจจะแพงกว่าการซื้อวัสดุที่ได้มาตรฐานและคุณภาพดีนั่นเอง 🥰

>>สามารถติดตามบทความต่าง ๆ ของ KACHA ได้ตามนี้เลย<<